ประวัติการเข้าชมของฉัน

คู่มือโตเกียวของฉัน

เมื่อพบหน้าเพจที่สนใจ กรุณาคลิกที่เครื่องหมายหัวใจเพื่อบันทึกไว้เป็น "ประวัติการเข้าชมของฉัน" กัน

เนื้อหาหลักเริ่มที่นี่

Updated: April 2, 2018

ค้นหาตามความสนใจ

แนะนำแหล่งช้อปปิ้งตามย่านต่างๆ ของโตเกียว

การช้อปปิ้งเป็นเรื่องสนุกเพราะเป็นสิ่งที่ก้าวข้ามกำแพงภาษา แนะนำให้ลองไปค้นพบสินค้าพิเศษตามเอกลักษณ์ของแต่ละย่านด้วยตนเอง

แม้ว่าจะพบเห็นร้านค้าปลีกแบบลูกโซ่ยักษ์ใหญ่อย่าง “ยูนิโคล่” “มูจิ” และ “H&M” ได้ทั่วไปในโตเกียว ทว่าแต่ละย่านของโตเกียวมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ย่านที่มีห้างสรรพสินค้าหรู รวมถึงร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับมีราคาอย่าง “กินซ่า” หรือย่านที่มีแบรนด์แปลกๆ สำหรับคนหนุ่มสาวอย่าง “ฮาราจูกุ” หรือย่านที่เปรียบดั่งสวรรค์ของอนิเมะและเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง “อากิฮาบาระ” เรียกได้ว่าสามารถหาซื้อของที่ต้องการได้ทุกอย่างในโตเกียว

จุดเด่น

  • ควรนำพาสปอร์ตติดตัวไปด้วย เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่มีบริการช้อปปิ้งปลอดภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ
  • ชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ที่ดีมากสำหรับการลองชิมผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ หรือซื้ออาหารสำหรับไปปิกนิก
  • อย่าลืมเงยหน้ามองขึ้นไปข้างบน ในสถานที่ที่ราคาที่ดินแพง ร้านค้าและคาเฟ่ที่แสนวิเศษมากมายมักจะตั้งอยู่ชั้นบน
  • ราคาของสินค้าจะแสดงเป็นจำนวนเงินอยู่บนป้ายราคา หากไม่ใช่ตลาดนัดจะไม่สามารถต่อรองราคาได้

กินซ่า

กินซ่าเป็นสถานที่ที่มีราคาที่ดินสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นย่านที่มีร้านสัญลักษณ์ของแบรนด์เนมระดับโลก โชว์รูม และห้างสรรพสินค้าหรู เป็นต้น มาตั้งรวมกัน สินค้าที่นี่มีราคาแพง แต่พร้อมกันนั้นก็มีการบริการที่ดีเลิศ สี่แยกกินซ่าที่มี “ห้างสรรพสินค้าวาโค” กับ “ห้างสรรพสินค้ากินซ่ามิตสึโคชิ” และ “NISSAN CROSSING” ตั้งอยู่ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับย่านนี้ ใกล้กันมีช้อปปิ้งมอลล์ใหม่ “GINZA SIX” และร้านสัญลักษณ์ของ “ยูนิโคล่” ที่มักจะดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาเสมอ แนะนำให้ไปเดินเล่นในตรอกด้านหลัง เช่น “ถนนกินซ่า 6 โจเมะ ซูซูรัน” หรือ “ถนนอาซึมะ” เป็นต้น เพื่อค้นหาร้านบูติกขนาดเล็ก ร้านกิโมโน และห้องแสดงงานศิลปะ

ชินจูกุ

บริเวณโดยรอบของสถานีชินจูกุมีผู้โดยสารขึ้นลงรถไฟเยอะที่สุดในโลก อาจสร้างความงงงวยให้กับผู้ที่เพิ่งเคยมาเยือนเป็นครั้งแรก สำหรับสถานที่ช้อปปิ้ง ที่อาคารสถานีรถไฟมี “ห้างสรรพสินค้าลูมิเนะ” เต็มไปด้วยร้านบูติกและคาเฟ่ และหากไปประตูทิศใต้จะมีช้อปปิ้งมอลล์หรือห้างสรรพสินค้าเก๋ไก๋ เช่น “NEWoMan” “ห้างสรรพสินค้าทาคาชิมะ” “ร้านโตคิวแฮนด์” และ “ร้านหนังสือคิโนะคุนิยะ” เป็นต้น ทางด้านประตูทิศตะวันออกมีห้างสรรพสินค้า “อิเซตัน” อันทันสมัย และห้าง “BICQLO” เกิดจากการรวมตัวกันของร้าน BicCamera และยูนิโคล่ ส่วนในตรอกเต็มไปด้วยร้านอาหารกับคาเฟ่ที่มีชีวิตชีวาและร้านค้าปลีกเฉพาะอย่าง นอกจากนั้นไม่ควรพลาดร้านค้าขนาดยักษ์ที่ขายสินค้าเกี่ยวกับอุปกรณ์ศิลปะอย่าง “เซไกโด”

ชิบุยะ

ชิบุยะเป็นที่รู้จักกันมายาวนานในฐานะศูนย์กลางแฟชั่นวัยรุ่นที่มีชีวิตชีวาและราคาไม่แพง โดยที่นี่จะค่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เนื่องด้วยมีการพัฒนาปรับปรุงใหม่ที่บริเวณด้านหน้าสถานี ส่วนทางฝั่งตะวันตกเต็มไปด้วยฟาสต์แฟชั่นที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างบ้าคลั่งที่ถือกำเนิดมาจากร้านค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในย่านเซ็นเตอร์และอาคาร “109” ส่วนทางฝั่งตะวันออก ตรงทางขึ้นเนินที่มุ่งไปยังอาโอยามะมีเสน่ห์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอายุ 30 ปีขึ้นไปด้วย “ห้างชิบุยะฮิคาริเอะ” ที่สามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งและศิลปะเก๋ๆ ได้ นอกจากนั้นไม่ควรลืมแหล่งรวมของฝากและข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่ไม่เหมือนใครอย่าง “Loft” กับ “ร้านโตคิวแฮนด์”

ฮาราจูกุ

จากสถานี “ฮาราจูกุ” การเดินในถนนทาเคชิตะโดริที่มีวัยรุ่นจากทั่วโตเกียวมารวมกันนับเป็นเรื่องที่ยากมาก ร้านค้าบริเวณนี้มีตั้งแต่เครื่องแต่งกายบนเวทีอันแสนประหลาดไปจนถึงเสื้อยืดพังก์และขนมเครปหวานๆ ราคาถูก สำหรับ “ถนนโอโมเตะซันโด” เป็นถนนใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยต้นเคยากิ มีร้านแบรนด์เนมและช้อปปิ้งมอลล์ อย่างเช่น “ห้างโอโมเตะซันโดฮิลส์” ตั้งอยู่ และหากอยากได้ของเล่นใหม่ล่าสุดหรือสินค้าตัวละคร “คิดดี้แลนด์” คือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด นอกจากนั้นหากมีเวลาสำหรับตามหาถนนแฟชั่นตามตรอก แนะนำให้ลองไปที่ “Cat Street” ที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวไปทางชิบุยะ มีร้านแฟชั่นตั้งเรียงรายไปตามทาง

อาโอยามะ

ตั้งแต่สถานี “โอโมเตะซันโด” ที่อยู่บนถนนโอโมเตะซันโด จะเห็นได้ว่าเริ่มกลายเป็นย่านที่มีร้านแบรนด์เนมมากขึ้นโดยมี “พราดา บูติก สาขาอาโอยามะ” สถาปัตยกรรมแก้วเชิงสัญลักษณ์เป็นอาคารเด่น ที่มีแบรนด์ท้องถิ่น “อิซเซ มิยาเกะ” กับ “COMME des GARÇONS” และร้านซีเล็กต์ “ซูเปอร์ เอ มาร์เก็ต” ตั้งเรียงรายอยู่ หากต้องการหยุดพักแนะนำให้ไป “COMMUNE 2nd” ที่มีซุ้มอาหารที่มีชีวิตชีวา หรือไป “คาเฟ่ คิตสึเนะ” เพื่อลองชิมมัทฉะ ลาเต้ และถ้าเดินไปจนสุดถนนโอโมเตะซันโด จะได้เจอไลฟ์สไตล์ช็อป และ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเนซุ” อันงดงาม

อากิฮาบาระ

“อากิฮาบาระ” เป็นที่รู้จักจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอนิเมะ คือสถานที่ที่หาซื้อของได้เกือบหมด ตั้งแต่วิดีโอเกมแบบโบราณไปจนถึงของเล่นนักสะสมหายาก และกล้องหรือคอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุด ร้าน “โยโดบาชิ คาเมร่า” ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีมีขายทุกอย่าง ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านไปจนถึงเครื่องเขียน โดยร้านค้ามากกว่าครึ่งมีบริการช้อปปิ้งปลอดภาษีและออกใบรับประกันสากลสำหรับสินค้าเพื่อนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ แนะนำให้ถามด้วยว่ามีคู่มือการใช้ในภาษาของคุณหรือเปล่า และถ้าเดินเลียบรางรถไฟเพื่อมุ่งหน้าไป “อุเอโนะ” จะได้พบเจอกับงานหัตถกรรมเชิงนวัตกรรมกับร้านช่างฝีมือ “2k540 อากิ-โอกะ อาร์ติซัน

อาซากุสะ

นักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่นและจากทั่วโลกมาเยือน “วัดเซนโซจิ” และได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศย้อนยุค แต่อาซากุสะไม่ใช่ย่านที่มีแต่ร้านขายของที่ระลึกเท่านั้น ร้านค้าโดยรอบ “ย่านร้านค้าถนนนากามิเสะ” ส่วนใหญ่เป็นร้านขายงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่สืบทอดมาหลายร้อยปี แนะนำให้ลองหาแก้วเจียระไนเอโดะ เฟอร์นิเจอร์จากไม้คิริ ชุดกิโมโน และเซรามิก เป็นต้น “ถนนออเรนจ์” ที่ขนานไปกับถนนนากามิเสะ เป็นถนนสำหรับนักท่องเที่ยว มีร้านงานหัตถกรรมและคาเฟ่แนวย้อนยุคอยู่ และทางตะวันออกของวัดเซนโซจิ “ย่านเครื่องครัวคัปปะบาชิ” คือย่านที่โด่งดังในเรื่องเครื่องมือเครื่องใช้ในครัว

คำแนะนำที่เจาะลึกยิ่งขึ้น

  • การช้อปปิ้งในโตเกียวไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไม่ใช่ว่าราคาจะถูก พนักงานในร้านโดยทั่วไปจะสุภาพ อ่อนโยน และคอยเอาใจใส่เป็นอย่างดี หากต้องการห่อของขวัญ ให้บอกกับพนักงานว่าของที่ซื้อเป็นของขวัญ
  • ร้านบูติกส่วนใหญ่ พนักงานจะเดินไปจนถึงทางออกพร้อมกับคุณก่อนจะส่งของที่คุณซื้อให้ และกล่าวคำขอบคุณก่อนออกจากร้าน
  • กรุณาเรียกพนักงานที่ร้านในกรณีที่ต้องการลองสวมเสื้อผ้า ร้านค้าสำหรับผู้หญิงจะขอให้ใส่ที่คลุมหน้าก่อนลองสวมเสื้อเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องสำอางติดเสื้อ
  • ช่วงลดราคาหลักๆ คือเดือนมกราคมกับเดือนกรกฎาคม แต่ร้านค้าจะมีการจัดโปรโมชั่นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วง “โกลเดน วีก” เดือนพฤษภาคมกับ “ซิลเวอร์ วีก” เดือนกันยายน

ลิงก์อ้างอิง

แชร์รูปภาพ

กรุณาติดแท็ก #gotokyojp เพื่อแชร์รูปภาพท่องเที่ยวโตเกียวของคุณ