ประวัติการเข้าชมของฉัน

คู่มือโตเกียวของฉัน

เมื่อพบหน้าเพจที่สนใจ กรุณาคลิกที่เครื่องหมายหัวใจเพื่อบันทึกไว้เป็น "ประวัติการเข้าชมของฉัน" กัน

เนื้อหาหลักเริ่มที่นี่

Updated: April 2, 2018

ย่านแฟชั่นสุดหรู สถาปัตยกรรม และศิลปะ สำหรับลูกค้ามีระดับ

อาโอยามะและถนนโอโมเตะซันโดตั้งอยู่ในสามเหลี่ยมของย่านแสงสีราตรี 3 แห่งใหญ่ๆ ได้แก่ ชิบุยะ ชินจูกุและรปปงหงิ เป็นบริเวณที่มีความหรูหรามากกว่าย่าน 3 แห่งนี้เล็กน้อย มีทั้งภัตตาคารและบูติกสุดหรูที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน อีกทั้งยังมีร้านค้าชั้นนำของเหล่าแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ที่ตั้งอยู่บนถนนที่มีต้นไม้เรียงรายตลอดสองข้างทางจนสุดแนว “ถนนโอโมเตะซันโด” เรียกได้ว่าเป็นฌ็องเซลิเซ่แห่งโตเกียวเลยก็ว่าได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งที่ตรอกด้านหลังอาโอยามะนั้นก็มีบูติกเล็กๆ และภัตตาคารที่เป็นที่นิยมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สีเขียวอันเงียบสงบ เช่น “สวนชั้นนอกของศาลเจ้าเมจิ” และ “สุสานอาโอยามะ” ที่จะสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล รวมถึงสถานที่สำหรับเยี่ยมชมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย

จุดเด่น

  • เที่ยวเดินชมสินค้าในตู้โชว์ที่ย่านแฟชั่นหรูหราของโตเกียว
  • เดินเล่นรอบๆ เมืองชมสถาปัตยกรรมและศิลปะ
  • ลิ้มลองอาหารร่วมสมัยจากเชฟมือหนึ่ง

วิธีการเดินทาง

สถานี “โอโมเตะซันโด” มีรถไฟโตเกียวเมโทรสายกินซ่า สายฮันโซมงและสายจิโยดะวิ่งผ่าน นอกจากนั้น ยังสามารถเดินทางมายังย่านนี้ได้อย่างง่ายดายจากสถานี “ไกเอ็งมาเอะ” ของรถไฟโตเกียวเมโทรสายกินซ่า หรือสถานี “อาโอยามะอิจโจเมะ” ของรถไฟโทเอสายโอเอโดะและรถไฟโตเกียวเมโทรสายฮันโซมง หรือสถานี “เมจิจิงกูมาเอะ” ของรถไฟโตเกียวเมโทรสายจิโยดะและสายฟุคุโตะชินได้เช่นกัน หากเดินเท้าจากสถานี “ฮาราจูกุ” จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที และจากสถานีชิบุยะจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที

จากสนามบินฮาเนดะ: ใช้เวลา 55 นาทีโดยรถไฟ
จากสนามบินนาริตะ: ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาทีโดยรถไฟ
จากสถานีชินจูกุ: ใช้เวลา 16 นาที โดยขึ้นรถไฟ JR สายยามาโนเตะไปลงที่สถานี “ชิบุยะ” จากนั้นเปลี่ยนรถไฟไปโตเกียวเมโทรสายกินซ่าและลงที่สถานี “โอโมเตะซันโด”
จากสถานีโตเกียว: ใช้เวลา 19 นาทีโดยขึ้นรถไฟ JR สายยามาโนเตะไปลงที่สถานี “ชินบาชิ” เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟไปโตเกียวเมโทรสายกินซ่าและลงที่สถานี “โอโมเตะซันโด”

สามารถเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งแบบหรูหราได้ทุกฤดูกาล

หากไปถนนโอโมเตะซันโดที่มีทิวไม้เรียงรายเต็มสองข้างทางในช่วงหน้าร้อนจะพบกับความเย็นสบายใต้ร่มไม้ ส่วนในช่วงหน้าหนาวทิวไม้เหล่านั้นจะถูกประดับไปด้วยไฟประดับที่จะช่วยเสริมบรรยากาศสุดหรูให้กับการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม อีกทั้งที่นี่ยังให้ความสำคัญกับความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลตลอดทั้งปีอีกด้วย โดยเฉพาะร้านแบรนด์สินค้าแฟชั่นของญี่ปุ่น “Comme des Garçons สาขาอาโอยามะ”, “Pleats Please Issey Miyake / Aoyama” หรือจะเป็น “โยจิ ยามาโมโตะ สาขาใหญ่อาโอยามะ” มีการจัดหน้าร้านโชว์สินค้าที่จะสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วยลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ นอกจากนั้นยังมีการจัดอีเวนต์ต่างๆ ทั้งอีเวนต์ตามฤดูกาลและอีเวนต์ใหญ่ในห้างสรรพสินค้าที่เป็นศูนย์รวมของเหล่าแบรนด์เนมดังๆ อย่างเช่น “ห้างโอโมเตะซันโดฮิลส์” และ “ห้างสรรพสินค้าไจรุ (GYRE)”

เต็มอิ่มกับการเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมและศิลปะ

ที่นี่ไม่เพียงแต่จะทำให้กระเป๋าสตางค์ของเราบางแฟบลงเท่านั้น แต่อาโอยามะและถนนโอโมเตะซันโดยังมีสถาปัตยกรรมอันยอดเยี่ยมมากมายที่ออกแบบโดยเหล่าสถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลก ลองเดินทางไปเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ศิลปะวาทาเรี่ยม” ที่มีเอกลักษณ์พิเศษออกแบบโดยมาริโอ บ็อตตา สถาปนิกชาวสวิตเซอร์แลนด์กันเถอะ และหากต้องการชื่นชมศิลปะร่วมสมัยที่มีความตรงกันข้ามกับศิลปะสมัยใหม่ต้องลองไปเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเนซุ” ที่ตัวอาคารหลักได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกคุมะ เคนโกะ ถูกนำมาจัดแสดงศิลปะแขนงเอเชียตะวันออกและของสะสมประจำชาติ ในส่วนของ “พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์โอกาโมโตะ ทาโระ” ที่ถูกออกแบบโดยซากากุระ จุนโซ จะได้สัมผัสกับโลกที่เต็มไปด้วยตัวแทนของศิลปะนามธรรมและศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินโอกาโมโตะ ทาโระ (มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1911-1996) นอกจากนั้นยังมีอาคารแฟชั่นที่ได้รับการออกแบบจากเหล่าสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอีกมากมายที่จะทำให้เราสามารถช้อปปิ้งไปพร้อมๆ กับชมสถาปัตยกรรมชั้นหนึ่งไปด้วย ที่ “ห้างโอโมเตะซันโดฮิลส์” ที่ออกแบบร่วมโดยอันโด ทาดาโอะ “Dior โอโมเตะซันโด” ที่ออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิกชาวญี่ปุ่น SANAA รวมถึง “Tod’s OMOTESANDO” ที่ออกแบบโดยอิโต โทโยโอะ หรือการออกแบบ “ห้างสรรพสินค้าไจรุ (GYRE)” ที่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสถาปนิกชาวฮอลแลนด์ MVRDV สำหรับในส่วนของอาคาร “Prada Boutique สาขาอาโอยามะ” และ “Miu Miu Aoyama” เป็นการออกแบบโดย Herzog & de Meuron

เพลิดเพลินกับรสชาติอาหารจากธรรมชาติและการเพาะปลูกแบบออร์แกนิค

หนึ่งในสุนทรียภาพอันยิ่งใหญ่ของการไปโตเกียวคือการได้ลิ้มลองอาหารชั้นดีเลิศรส แต่ที่ถนนโอโมเตะซันโดจะได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติที่ว่ากันว่าอร่อยสุดๆ แม้เมื่อเทียบกับอาหารขึ้นชื่ออื่นๆ ในกรุงโตเกียวที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง หากพูดถึงอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติหรือพืชผักออร์แกนิก แนะนำ “ภัตตาคาร Eightablish” ที่ทุกเมนูเป็นมังสวิรัติ หรือจะเป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศริมระเบียงอันสดชื่นอย่าง “รอยัลการ์เด้น อาโอยามะ” ก็น่าสนใจไม่น้อย สำหรับภัตตาคารออร์แกนิก “Brown Rice Canteen” เป็นร้านอาหารที่บริหารจัดการโดย “Niel’s Yard Remedies” ผู้ทำธุรกิจเสริมความงามและสินค้าสุขภาพแบบออร์แกนิก อีกทั้งสปา “Sincere Garden” เป็นสปาที่ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณแบบออร์แกนิกมากมายหลายประเภท ได้เปิดร้านคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารมังสวิรัติพร้อมทั้งขายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในสปาด้วย นอกจากนั้นยังมี “Revive Kitchen Three” ภัตตาคารที่เปิดขายอาหารมังสวิรัติรวมไปถึงดูแลและพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอางออร์แกนิกที่บริหารจัดการโดย “Three” และสำหรับผู้ที่ต้องการทำอาหารเองหรือเตรียมอาหารสำหรับไปปิกนิก แนะนำซูเปอร์มาร์เก็ต “Natural House” จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติและของที่ดีต่อร่างกาย หรือจะเป็น “Farmers' Market” ที่เปิดทุกสัปดาห์ในวันเสาร์-อาทิตย์ย่านมหาวิทยาลัยโคคุเร็น จะมีอาหารสดใหม่และอาหารว่างที่วางเรียงรายกันอย่างแน่นขนัด

สถานที่ใกล้เคียงน่าสนใจ

 

หน้าหลัก > พื้นที่ยอดนิยม > โตเกียวทิศตะวันตก > อาโอยามะและโอโมเตะซันโด