ประวัติการเข้าชมของฉัน

คู่มือโตเกียวของฉัน

เมื่อพบหน้าเพจที่สนใจ กรุณาคลิกที่เครื่องหมายหัวใจเพื่อบันทึกไว้เป็น "ประวัติการเข้าชมของฉัน" กัน

เนื้อหาหลักเริ่มที่นี่

Updated: March 26, 2021

เกี่ยวกับฮาราจูกุ

ฮาราจูกุเป็นสถานีที่ตั้งอยู่ระหว่างชิบุยะและชินจูกุของรถไฟ JR สายยามาโนเตะ ที่วิ่งรอบใจกลางโตเกียว มีผู้คนจำนวนมากลงรถไฟที่สถานีฮาราจูกุ สามารถเยี่ยมชมสถานที่ยอดนิยมมากมาย เช่น สวนสาธารณะโยโยกิและศาลเจ้าเมจิ รวมถึงถนนโอโมเตะซันโดที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าแบรนด์สุดหรูและบูติกอันหรูหรา

ในอดีตฮาราจูกุเคยเป็นที่พักค้างแรมของนักเดินทางในสมัยเอโดะ ความหมายตามคันจิที่แปลได้ว่า “ที่พักแรมในทุ่ง” บ่งบอกที่มาของต้นกำเนิดนั้น แต่ฮาราจูกุในปัจจุบันมีเสน่ห์ดึงดูดระดับโลกในฐานะที่เป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรม “คาวาอี้” ซึ่งแตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง

สถานีฮาราจูกุซึ่งเป็นที่คุ้นเคยกันในฐานะอาคารสถานีไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวได้ถือกำเนิดใหม่ในเดือนมิถุนายน ปี 2020 ในฐานะสถานีที่มีศูนย์การค้าภายใต้ธีม "เวทีการนำเสนอใหม่ของ TOKYO ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ไปทั่วโลก" ขอแนะนำให้ไปเยี่ยมชมสถานที่ยอดฮิตซึ่งเป็นแหล่งเผยแพร่เทรนด์ต่างๆ ของโตเกียว เช่น อาหาร ร้านค้า และห้องจัดแสดงงาน

อาคารสถานีฮาราจูกุ
ป้ายชื่อสถานีฮาราจูกุ


วิธีการเดินทาง

สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี ฮาราจูกุ ของรถไฟ JR สายยามาโนเตะ และยังสามารถเดินทางไปได้จากสถานี เมจิจินกูมาเอะ ของรถไฟโตเกียวเมโทรสายจิโยดะและสายฟูกูโตชิน จากสถานี ฮาราจูกุ ถึงอาโอยามะหรือย่านโอโมเตะซันโด ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาที และถึงย่านชิบุยะ ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที

จากสนามบินฮาเนดะ : เดินทางโดยรถไฟถึงสถานี ฮาราจูกุ ใช้เวลา 50 นาที
จากสนามบินนาริตะ : เดินทางโดยรถไฟถึงสถานี ฮาราจูกุ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาที
จากสถานีชินจูกุ : ไปสถานี ฮาราจูกุ โดยรถไฟ JR สายยามาโนเตะ ใช้เวลา 4 นาที
จากสถานีโตเกียว : ไปสถานี ฮาราจูกุ โดยรถไฟ JR สายยามาโนเตะ ใช้เวลา 26 นาที

แหล่งกำเนิดวัฒนธรรม “คาวาอี้” ของญี่ปุ่น

เป็นเพราะเพลงป็อปสุดฮิต “ฮาราจูกุเกิร์ลส์” ของเกว็น สเตฟานี จึงทำให้ชื่อของเมืองแห่งนี้เป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมากทั่วโลก ในญี่ปุ่นเองก็เป็นสถานที่ที่ทุกคนรู้จักดี และเป็นสถานที่ยอดนิยมของวัยรุ่นและหนุ่มสาวที่ใส่ใจแฟชั่นเป็นพิเศษ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คยารี ปามิว ปามิว นักร้องเพลงป๊อปของญี่ปุ่น ได้รับการชื่นชมในระดับนานาชาติจากการถ่ายทอดความงดงามในแบบฉบับที่เป็นเอกลักษณ์ของฮาราจูกุและท่วงทำนองดนตรีที่ไพเราะ แน่นอนว่าเพลงฮิตมากมายของเธอรวมถึง "ฮาราจูกุ อิยาโฮอิ" ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฮาราจูกุเช่นกัน

สำรวจสตรีทแฟชั่นของฮาราจูกุอันมีชื่อเสียงระดับโลก

ฮาราจูกุสไตล์มีขอบเขตที่กว้าง ตั้งแต่น่ารักสบายๆ ไปจนถึงระดับเอ็กซ์ตรีม ในเมืองแห่งนี้คุณจะสามารถพบเห็นเหล่าวัยรุ่นที่แต่งตัวสไตล์โลลิต้าที่สวมใส่ชุดเดรสอันสง่างาม สไตล์กอทิกที่มีการเจาะหูไว้ผมยาว หรือสไตล์เดคอร่าที่สวมวิกผมหลากสีได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ คุณยังสามารถพบเห็นผู้คนที่ชื่นชอบการแต่งตัวคอสเพลย์ในฮาราจูกุเมืองที่สามารถเพลิดเพลินไปกับแฟชั่นอย่างอิสระแห่งนี้ได้อีกด้วย ยุครุ่งเรืองสูงสุดอย่างแท้จริงของแฟชั่นฮาราจูกุแบบดั้งเดิมอาจจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่แฟนฮาราจูกุอย่างสุดขั้วที่สืบทอดจิตวิญญาณแห่งแฟชั่นฮาราจูกุจะไม่มีวันหายไป คุณเองจะไม่ลองแต่งตัวดูสักครั้งหน่อยหรือ?เมื่อคุณมาที่ฮาราจูกุ คุณสามารถหาซื้อเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับหลากสไตล์ที่หาซื้อไม่ได้จากที่อื่น หากคุณต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่หาได้เฉพาะที่ฮาราจูกุ ลองตัดสินใจไปร้านทำเล็บ เปลี่ยนทรงผม หรือเปลี่ยนสีผมในฮาราจูกุดูหน่อยไหม?

ฮาราจูกุกอทิก

บริเวณย่าน “ถนนทาเคชิตะโดริ” เป็นขุมทรัพย์แฟชั่นอันเป็นเอกลักษณ์ แฟชั่นกอทิกในอดีตยังคงเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน
สไตล์กอทิกของฮาราจูกุซึ่งเป็นการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำทั้งตัว ตัดกับบรรยากาศ “คาวาอี้” ที่เต็มไปด้วยสีสันของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี ที่ฮาราจูกุมีวัฒนธรรมย่อยแบบกอทิกทุกรูปแบบตั้งแต่กอทโลลิ (กอทิก+โลลิต้า) สไตล์วินเทจ ไปจนถึงวิชวลกอทิกแท้ๆ

แฟชั่นฮาราจูกุ (ฮาราจูกุกอทิก)

สไตล์เดคอร่า

แฟชั่นสไตล์เดคอร่าเป็นสไตล์ที่ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับกอทิกที่เป็นสีดำทั้งตัว สไตล์เดคอร่าที่ตกแต่งด้วยสีสันฉูดฉาดอย่างมากจะใช้เครื่องประดับที่สะดุดตาและแปลกตา (โดยเฉพาะกิ๊บติดผม) ให้มากที่สุด จุดเด่นคือวิกผมและชุดลำลองสีรุ้ง (เช่น เสื้อฮู้ด, สเวตเตอร์) ที่ราวกับหลุดออกมาจากแอนิเมชันย้อนยุค ช่วงหลังมานี้สไตล์เดคอร่าอาจจะไม่ค่อยมีให้พบเห็นนักในบริเวณโตเกียว แต่ก็ยังมีแฟนๆ ที่เหนียวแน่นอยู่ทั่วโลก
“สไตล์แฟร์รี่” ของผู้ที่ชื่นชอบดีเทลฟูฟ่องหรือสีพาสเทลราวกับนางฟ้าตัวน้อยก็เป็นตัวแทนอีกประเภทในฐานะหนึ่งในแฟชั่นอันเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่หลงรักฮาราจูกุเป็นชีวิตจิตใจไปพร้อมๆ กับสไตล์เดคอร่าตัวแทนของแฟชั่น Kawaii

แฟชั่นฮาราจุกุ (สไตล์เน้นเครื่องประดับตกแต่งสีสันสดใส)

ฮาราจูกุพังก์

ฮาราจูกุเป็นสถานที่ที่แฟชั่นระดับโลกมากมายได้ผลิบาน พังก์ก็ได้แสดงพลังให้ประจักษ์ในวงการแฟชั่นมานานหลายทศวรรษ เมื่อเดินเล่นที่ถนนทาเคชิตะโดริในตอนนี้ก็ยังคงเห็นแฟชั่นพังก์อยู่
เสื้อยืดวงดนตรีขาดๆ, กางเกงลายสก็อต, หมุดหนาม, โซ่ และรองเท้าบูต เป็นจุดเด่นของฮาราจูกุพังก์ ให้บรรยากาศแห่งการต่อต้านและความรุนแรง

แฟชั่นฮาราจุกุ (ฮาราจูกุพังก์)

รูปภาพจาก : Drug honey

ฮาราจูกุบอย

สิ่งที่น่าดึงดูดของแฟชั่นวัยรุ่นที่เต็มถนนทาเคชิตะโดริ ไม่ได้มีเพียงฮาราจูกุเกิร์ลส์เท่านั้น แต่ฮาราจูกุบอยก็มีสไตล์ที่น่าดึงดูดมากมายไม่แพ้กัน เช่น โทนสีพาสเทลอันสดใสให้บรรยากาศแบบป็อปแห่งฮาราจูกุ แฟชั่นยูนิเซ็กซ์ที่ใครก็ใส่ได้ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในหมู่คนวงการบันเทิง มีพื้นฐานมาจากสไตล์อันทันสมัยของฮาราจูกุบอยที่น่ารัก

วัฒนธรรมฮาราจูกุคอสเพลย์

ที่ฮาราจูกุมีวัฒนธรรมที่ผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับแฟชั่นที่ตนเองชื่นชอบได้อย่างอิสระและปลอดภัย นอกเหนือจากคอสเพลย์แล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมที่สุดในโลกในการลองสวมใส่ชุดกิโมโนหรือดื่มด่ำความผูกพันกับตัวละคร ในฮาราจูกุที่ซึ่งผู้คนผู้มีใจรักในแฟชั่นและแต่งตัวในสไตล์ต่างๆ สามารถเดินโชว์กันได้อย่างภาคภูมิใจ เป็นสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมที่สุดที่จะสนุกกับแฟชั่นซึ่งสามารถประลองความท้าทายได้ในสถานที่แห่งนี้และวันนี้เท่านั้น และยังเป็นสภาพแวดล้อมอันเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มต้นอยากจะลองแต่งคอสเพลย์ด้วย

ที่ฮาราจูกุ คุณสามารถพบเห็นแฟชั่นประเภทต่างๆ มากมายซึ่งดึงดูดผู้ที่มีใจรักในแฟชั่นที่พัฒนาไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดยั้ง ทำไมคุณไม่ลองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งดูล่ะ ?

แฟชั่นฮาราจุกุ (คอสเพลย์ 1)
แฟชั่นฮาราจุกุ (คอสเพลย์ 2)

ช้อปปิ้งให้จุใจที่ร้านค้าหลายร้อยแห่งที่เรียงรายริมถนนฮาราจูกุ

ถนนทาเคชิตะโดริ

“ถนนทาเคชิตะโดริ” ถนนสายหลักอันเป็นสัญลักษณ์ของฮาราจูกุ เป็นจุดที่ห้ามพลาดเมื่อไปเยือนฮาราจูกุ สวรรค์ของคนเดินถนนซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีฮาราจูกุแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ภายในยังมีร้านค้าใหญ่ๆ เช่น ร้านร้อยเยนไดโซ และร้านขายยาที่จำหน่ายเครื่องสำอาง แต่ร้านที่เรียงรายริมถนนส่วนใหญ่จะเป็นร้านบูติกแหวกแนวที่จำหน่ายเสื้อผ้าและเครื่องประดับราคาไม่แพง สีสันสดใสอาจทำให้รู้สึกตาลาย แต่ถนนทาเคชิตะโดริซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าเป็นคำที่มีความหมายเดียวกับฮาราจูกุแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่แนะนำเป็นอย่างยิ่ง และไม่ว่าจะเป็นมุมไหนในฮาราจูกุก็ตาม หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชนบนถนนสายหลัก เราขอแนะนำให้เลี่ยงไปที่ถนนเล็กด้านข้าง จะได้ความเงียบสงบกว่า แต่ก็มีร้านค้าที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจมากมายไม่แพ้กัน

ถนนทาเคชิตะโดริ

Cat Street

Cat Street เป็นสถานที่ยอดนิยมของลูกค้าที่อายุมากขึ้นมาเล็กน้อย หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นเวอร์ชันสำหรับผู้ใหญ่บนถนนทาเคชิตะโดริ ที่ Cat Street ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างชิบุยะกับฮาราจูกุ มีร้านค้าตั้งเรียงรายมากมายตั้งแต่ร้านบูติกขนาดเล็กไปจนถึงร้านค้าของแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่ Cat Street มีทุกอย่างครบครันตั้งแต่เสื้อสเวตเตอร์วินเทจไม่ซ้ำใครไปจนถึงรองเท้าของดีไซเนอร์ระดับไฮเอนด์ แต่ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ไม่มีแมว

แคทสตรีท

ศูนย์การค้าลาฟอเรต์ฮาราจูกุ, คิดดี้แลนด์ และถนนโอโมเตะซันโด

ศูนย์การค้าลาฟอเรต์ฮาราจูกุเป็นศูนย์การค้าแบบเขาวงกตสุดเก๋ อยู่ฝั่งตรงข้ามของโทคิวพลาซาโอโมเตะซันโดฮาราจูกุที่มีลักษณะเป็นกระจก ภายในศูนย์การค้าลาฟอเรต์ฮาราจูกุมีร้านค้าแบรนด์ท้องถิ่นของโตเกียวและร้านบูติกของแบรนด์ดังระดับโลกตั้งอยู่ติดกัน เชิญมาเพลิดเพลินกับการแปลงโฉมที่ฮาราจูกุ เปลี่ยนลุคใหม่ตั้งแต่ท่อนบนถึงท่อนล่าง เช่น เสื้อฮู้ด, แจ็กเกต, เสื้อเชิ้ตและกางเกงทั้งของผู้ชายและผู้หญิง อีกทั้งยังได้ตื่นเต้นกับการค้นพบร้านโปรดใหม่ๆ และบนชั้น 2 ยังมีตัวเลือกอาหารหลากหลายประเภทอีกด้วย

ด้านนอกของลาฟอเรต์ ฮาราจูกุ

คิดดี้แลนด์ เป็นร้านค้าครบวงจรซึ่งคุณสามารถเลือกสรรสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ทุกประเภท มีสินค้าตั้งเรียงรายมากมายทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์ต่างประเทศ มีทั้งเสื้อผ้าเจอร์ซีของสตาร์วอร์ กิ๊บติดผมของฮัลโหลคิตตี้ และกระเป๋าเป้ของโปเกมอน ตุ๊กตาริลัคคุมะยอดฮิตก็เป็นของที่แนะนำเช่นกัน มีวางจำหน่ายสินค้าทุกอย่างที่คุณจะนึกถึงได้ที่คิดดี้แลนด์ คุณสามารถหาของที่ระลึกสำหรับเพื่อนๆ ทุกคนได้อย่างง่ายดาย และค้นหาสิ่งที่คุณต้องการได้แน่ๆ ที่นี่

ทางเข้าคิดดี้แลนด์
การจัดแสดงตุ๊กตาของคิดดี้แลนด์

ที่ฮาราจูกุไม่ได้มีเพียงแค่ “คาวาอี้” แต่ยังมีแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ อีกด้วย ไนกี้ได้มาเปิดร้านแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในโตเกียวที่นี่เมื่อปี 2009 นอกจากนี้ก็ยังมีแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ มาเปิดร้านในฮาราจูกุอีกมากมาย เช่น วิเวียน เวสต์วูด และดิออร์ ถึงคุณจะไม่ชอบแฟชั่นวัฒนธรรมย่อยและวัฒนธรรมแบบคาวาอี้ ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่คุณอยากไปช้อปปิ้งสินค้าระดับไฮเอนด์อย่างแน่นอน

มาทำให้เพื่อนๆ อิจฉาด้วยอาหารที่ฮาราจูกุสำหรับลงไอจีกันเถอะ

หากคุณหิวระหว่างจดจ่อกับการช้อปปิ้งก็ไม่ต้องกังวลไป ที่ฮาราจูกุมีร้านอาหารริมทางและร้านอาหารอื่นๆ อีกมากมายสำหรับขาช้อปผู้หิวโหย หากพูดถึงของขึ้นชื่อของฮาราจูกุละก็ สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือพวกขนมหวานสุดคลาสสิกหรือเครป (รสชาติยอดนิยมที่ขายมาอย่างยาวนานก็คือช็อกโกแลตบานานา) แต่ที่ฮิตเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ก็คือชาไข่มุก (Boba) และอาหารยอดนิยมอีกอย่างก็คืออเมริกันด็อกสไตล์เกาหลีซึ่งเป็นฮอตด็อกที่อัดแน่นไปด้วยไส้มอซซาเรลลาชีสยืดได้ สำหรับผู้ที่ต้องการยอดกดถูกใจในไอจี ขอแนะนำเป็นเรนโบว์ฟู้ดของฮาราจูกุ ไม่ว่าจะเป็นสายไหมสีรุ้งนุ่มฟูราวกับปุยเมฆขนาดยักษ์ หรือแซนด์วิชย่างที่มีชีสสีรุ้งยืดได้ อาหารสตรีทฟู้ดสุดเก๋ของฮาราจูกุไม่ใช่แค่รสชาติอร่อยเท่านั้น แต่ยังเหมาะสมที่สุดสำหรับการแชร์ลงในโซเชียลมีเดีย

ร้านเครปในฮาราจูกุ
TOTTI CANDY FACTORY ฮาราจูกุ เรนโบว์

หยุดพักระหว่างช้อปปิ้งที่สวนสาธารณะโยโยกิโอเอซิสแห่งโตเกียว

หากถุงช้อปปิ้งในมือเริ่มหนักขึ้น แนะนำให้ไปฝากสัมภาระที่ตู้หยอดเหรียญ แล้วไปพักสมองที่สวนสาธารณะโยโยกิ หรือศาลเจ้าเมจิดู

ที่สวนสาธารณะโยโยกิ เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่มีผู้คนทุกรูปแบบตั้งแต่พนักงานบริษัทไปจนถึงครอบครัวที่มากับลูกๆ หรือคนที่พาสุนัขมาเดินเล่น ไม่ว่าจะนำเสื่อปิกนิกมา หรือนั่งพักตามม้านั่งที่มีอยู่มากมายรอบสวนสาธารณะก็ดีทั้งนั้น ลองมาผ่อนคลาย นั่งเหม่อมองก้อนเมฆ หรือเฝ้ามองผู้คนรอบๆ ดูหน่อยไหม

ที่ศาลเจ้าเมจิซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นเสาโทริอิอันงดงาม ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ยอดเยี่ยมในการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง เมื่อเข้ามาในเขตศาลเจ้าที่เงียบสงบและเยือกเย็น ก็จะรู้สึกราวกับว่าฮาราจูกุอันแสนคึกคักนั้นอยู่ห่างไกลออกไป

หากคุณชาร์จพลังเต็มที่แล้ว จะไปช้อปปิ้งต่อที่ฮาราจูกุ หรือเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่อไปในเมือง ก็ตามใจคุณเลย

ม้านั่งในสวนสาธารณะโยโยงิ

ศิลปะและดีไซน์

 

ช้อปปิ้ง

 

วัฒนธรรมป๊อป

 

ทำความรู้จัก

 

สถานที่ใกล้เคียงน่าสนใจ