• Share this page

    แชร์หน้านี้

  • TH
  • FAVORITES

เนื้อหาหลักเริ่มที่นี่

added on : February 9, 2026

เที่ยวชมแหล่งชมดอกบ๊วยชื่อดังของโตเกียว – สัมผัสช่วงเวลาอันเงียบสงบก่อนฤดูดอกซากุระจะมาเยือน

พิพิธภัณฑ์เคียวโดโนะโมริ เมืองฟุจู/สวนสาธารณะฮาเนกิ/ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน

บริเวณใกล้เคียง

東京東部|東京西部|東京郊外

調布&府中周辺エリア|下北沢|両国

ในญี่ปุ่น ดอกบ๊วยถือเป็นสัญลักษณ์เชิงวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ดอกบ๊วยเป็นหนึ่งในชุดการจัดสวนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า "โชจิคุไบ" ซึ่งประกอบด้วย ต้นสน ต้นไผ่ และดอกบ๊วย พืชไม้ทั้งสามชนิดนี้ปรากฏให้เห็นอย่างแพร่หลายในศิลปะดั้งเดิม ปรัชญา และชีวิตประจำวันของญี่ปุ่น ต้นสนและต้นไผ่ซึ่งยังคงเขียวชอุ่มไม่มีใบไม้ร่วงแม้ในฤดูหนาว ถือเป็นสัญลักษณ์ของ “สิริมงคล” และ “อายุยืนยาว” ในขณะที่ดอกบ๊วยซึ่งบานสะพรั่งท่ามกลางอากาศหนาวจัด เป็นสัญลักษณ์ของ “ความอดทน” และ “ความหวัง”

นักท่องเที่ยวจำนวนมากวางแผนการเดินทางไปญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิโดยมีเป้าหมายเพื่อชมดอกซากุระที่ร่วงโรยอย่างแสนงดงามในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักคือ ก่อนฤดูซากุระนั้นจะมาเยือน ดอกบ๊วยซึ่งงดงามไม่แพ้กันจะผลิบานก่อน ในโตเกียว ดอกบ๊วยมักจะบานสะพรั่งเต็มที่ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับดอกซากุระ ดอกบ๊วยจะค่อยๆ บานอย่างช้าๆ และทนต่อความหนาวเย็นได้ดี และมีจุดเด่นคือสามารถชื่นชมดอกบ๊วยสีชมพูและสีขาวได้ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่า

ในบทความนี้จะขอแนะนำ 3 สถานที่เด่นในโตเกียวที่สามารถเพลิดเพลินกับฤดูชมดอกบ๊วยได้อย่างเต็มอิ่ม ทั้งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง สวนสาธารณะและศาลเจ้าในท้องถิ่น แต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์แตกต่างกันไปและเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสดอกบ๊วยที่มีความหมายเชิงวัฒนธรรมในหลากหลายมิติ

เยี่ยมชมสวนป่าบ๊วยขึ้นชื่อของโตเกียว ที่รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ― พิพิธภัณฑ์เคียวโดโนะโมริ เมืองฟุจู

พิพิธภัณฑ์เคียวโดโนะโมริ เมืองฟุจู ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ และมีสวนป่าบ๊วยขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของโตเกียว โดยมีดอกบ๊วยกว่า 120 สายพันธุ์ รวมมากกว่า 1,300 ต้น แม้จะเป็นสถานที่ที่คนในท้องถิ่นคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่เสน่ห์ของที่นี่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สวนดอกบ๊วยเท่านั้น ภายในบริเวณสวน ยังมีอาคารเชิงประวัติศาสตร์ในยุคเอโดะ (ปี 1603-1867) ไปจนถึงต้นยุคโชวะ (ปี 1926-1935) ซึ่งได้ย้ายมาจากพื้นที่เดิม และต่อมาได้รับการบูรณะและเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม โดยมีตั้งแต่บ้านไร่หลังคามุงจากในสมัยโบราณ ไปจนถึงที่ทำการไปรษณีย์ในสมัยศตวรรษที่ 18 อาคารเหล่านี้ได้รับการย้ายจากพื้นที่เดิมมาบูรณะอย่างพิถีพิถันและจัดแสดงให้เข้าชม

ท่ามกลางอาคารเก่าแก่เหล่านี้ คือสวนป่าบ๊วยขนาดใหญ่ที่กว้างใหญ่แผ่ขยายออกไปสุดลูกหูลูกตา นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นท่ามกลางต้นบ๊วยนานาพรรณ ไม่ว่าจะเป็นดอกสีชมพู สีขาว หรือดอกบ๊วยห้อยระย้าที่ต่างพากันผลิบานอย่างงดงาม

แม้จะให้บรรยากาศแบบชนบทญี่ปุ่น แต่การเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์นั้นแสนสะดวกสบาย จากย่านชินจูกุ นั่งรถไฟสายโคเอราว 30 นาที จากนั้นลงที่สถานีบุนไบกาวาระ แล้วต่อรถบัสเพียงประมาณ 6 นาที ก็จะถึงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใจกลางเมือง ผู้มาเยือนจึงสามารถหลีกเลี่ยงความแออัดและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ได้อย่างสบายๆ สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปได้ จึงสามารถปิกนิกหรือเลือกรับประทานในร้านอาหารที่มีอยู่มากมายภายในสวนก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของเมืองฟุจู รวมถึงท้องฟ้าจำลองที่ติดตั้งอุปกรณ์ฉายภาพอันทันสมัย

งาน "เทศกาลดอกบ๊วยเคียวโดโนะโมริ" ประจำปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคมถึง 8 มีนาคม ตลอดช่วงเทศกาลจะมีรถจำหน่ายอาหารเรียงราย นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 1 มีนาคม รวมทั้งสิ้น 5 วัน ยังมีกำหนดการจัดงานไฟประดับไลท์อัพยามค่ำคืน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทัศนียภาพมหัศจรรย์ของ "ญี่ปุ่นโบราณ" ที่มาบรรจบกับ "ต้นฤดูใบไม้ผลิ" ผสมผสานกันอย่างงดงามในบรรยากาศชวนฝันใกล้ใจกลางเมือง

สวนป่าบ๊วยอันกว้างใหญ่

บ้านไร่หลังคามุงจาก

ที่ทำการไปรษณีย์เก่าที่ได้รับการย้ายที่ตั้ง

ดอกบ๊วยสีแดงและสีขาวที่สดใส

ดอกบ๊วยและบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

สวนป่าบ๊วยที่มองเห็นภูเขาฟูจิ ― สวนสาธารณะฮาเนกิ

อาจกล่าวได้ว่า แทบไม่มีภาพใดที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้มากไปกว่าทิวทัศน์ของภูเขาฟูจิที่มองเห็นผ่านกิ่งก้านที่ปกคลุมไปด้วยดอกบ๊วยสีชมพูอ่อนและสีขาว ในวันที่อากาศปลอดโปร่งของฤดูหนาว ทัศนียภาพอันงดงามราวกับภาพวาดนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทุกวันที่สวนสาธารณะฮาเนกิ

สวนสาธารณะฮาเนกิ ตั้งอยู่ ณ มุมหนึ่งของย่านที่อยู่อาศัยในเขตเซตากายะ เป็นสวนสาธารณะที่ผู้คนในท้องถิ่นคุ้นเคยเป็นอย่างมาก พื้นที่มี่ลักษณะลาดเอียงเล็กน้อยและปลูกต้นบ๊วยไว้ประมาณ 670 ต้น นับเป็นหนึ่งในสวนดอกบ๊วยที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใน 23 เขตของโตเกียว ดอกบ๊วยมีตั้งแต่สีขาวอ่อนไปจนถึงสีชมพูเข้ม บางต้นมีป้ายชื่อสายพันธุ์กำกับไว้ อีกทั้ง ยังสามารสแกนคิวอาร์โค้ด ที่ให้ข้อมูลทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เพื่อดูแผนที่ตำแหน่งของแต่ละสายพันธุ์ภายในสวนได้

ทุกปี สวนสาธารณะฮาเนกิจะจัดงาน “เทศกาลดอกบ๊วยเซตากายะ” เพื่อเฉลิมฉลองการบานสะพรั่งของดอกบ๊วยอันเป็นสัญลักษณ์แห่งสิริมงคล แตกต่างจากงานเทศกาลตามฤดูกาลขนาดใหญ่ที่มีผู้คนหนาแน่น งานเทศกาลนี้โดดเด่นด้วยบรรยากาศเงียบสงบและขับเคลื่อนโดยชุมชนในท้องถิ่น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สวนแห่งนี้ยังมีกิจกรรมหลายอย่าง เวิร์กช็อปสอนเขียนไฮกุ พิธีชงชากลางแจ้ง และการตำโมจิอีกด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถลิ้มลองอาหารและของหวานจากบ๊วยหลายประเภท ตั้งแต่อุเมะโบชิ (บ๊วยดอง) และอุเมะโยคัง (ขนมหวานที่ทำจากบ๊วย) ไปจนถึงแยมและขนมโมจิไส้ถั่ว

สวนสาธารณะฮาเนกิสามารถเดินทางไปได้ง่ายด้วยรถไฟจากใจกลางเมือง เหมาะสำหรับการชมดอกไม้ในฤดูหนาวของโตเกียวในบรรยากาศเนิบช้า ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของโตเกียว ทำให้ที่นี่เป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์อันหาได้ยากของภูเขาฟูจิ ทำให้การมาเยี่ยมเยือนที่นี้ถือเป็นความประทับใจที่ยากจะลืมเลือน

ภูเขาไฟฟูจิที่มองเห็นจากอีกฝั่งของสวนป่าบ๊วย

ดอกบ๊วยสีชมพูสดใส

ดอกบ๊วยสีขาวบริสุทธิ์

สวนป่าบ๊วยที่สวนสาธารณะฮาเนกิ

เดินเล่นสบายๆ ในสวนป่าบ๊วย

ศาลเจ้าใจกลางเมืองที่ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และความทันสมัยมาบรรจบกัน ― ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 10 ซูกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ กวีและนักการเมือง ต้องถูกเนรเทศออกจากเกียวโตเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง เขาเศร้าเสียใจที่ต้องทิ้งต้นบ๊วยอันเป็นที่รักไว้ที่เกียวโต และตำนานเล่าว่าต้นบ๊วยได้โผบินตามเขาไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่าทางตำนานหรือคำอุปมาก็ตาม เรื่องราวนี้ได้รับการเล่าขานสืบต่อกันมาหลายศตวรรษ โดยดอกบ๊วยมีความเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของมิจิซาเนะและในที่สุดก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของการเรียนรู้และปัญญา หลังจากที่เขาเสียชีวิต เขาได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเท็นจินหรือเทพเจ้าแห่งการศึกษา และยังคงได้รับการบูชาทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมถึงที่ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน ในโตเกียวจนถึงปัจจุบัน

ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของโตเกียว มีต้นบ๊วยกว่า 300 ต้น ทั้งบ๊วยแดงและบ๊วยขาว แนวคิดเรื่องสัญลักษณ์และความหมายเชิงประวัติศาสตร์ของดอกบ๊วยได้รับการถ่ายทอดผ่านงานออกแบบอย่างชัดเจนทั่วทั้งบริเวณศาลเจ้า ไม่ว่าจะเป็น ตราประจำศาลเจ้า งานแกะสลักตกแต่ง ไปจนถึงดอกบ๊วยที่ได้รับการดัดแปลงเป็นลวดลายประดับ ล้วนใช้ดอกบ๊วยเป็นแนวคิดหลักมาอย่างต่อเนื่อง และในทุกๆ ปีจะมีการจัด "เทศกาลดอกบ๊วย" เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเบ่งบานอันเป็นมงคลนี้

นอกจากนี้ ฉากหลังของบริเวณศาลเจ้าแห่งประวัติศาสตร์ ยังมีเงาสูงของโตเกียวสกายทรีตั้งตระหง่านอยู่ สร้างภาพตัดระหว่างอดีตกับปัจจุบันได้อย่างน่าประทับใจ ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจินจึงเป็นสถานที่ซึ่งตำนาน ความหมายเชิงสัญลักษณ์ และทัศนียภาพเมืองใหญ่ที่หาชมได้เฉพาะในโตเกียวมาผสมผสานเข้ากันอย่างกลมกลืน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ทำความเข้าใจถึงคุณค่าความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ของดอกบ๊วยอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

สะพานไทโกะและโตเกียวสกายทรี

ตราประจำศาลเจ้ารูปดอกบ๊วย

ประตูโทริอิของศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน

โตเกียวสกายทรีและดอกบ๊วย

สะพานไทโกะและต้นบ๊วย

พิพิธภัณฑ์เคียวโดโนะโมริ เมืองฟุจู

ที่อยู่ 6-32 ตำบลมินามิ อำเภอฟูจุ โตเกียว
URL พิพิธภัณฑ์เคียวโดโนะโมริ เมืองฟุจู (ENG)

สวนสาธารณะฮาเนกิ เทศกาลชมดอกบ๊วยเซตากายะ

ที่อยู่ 4-38-52 ไดตะ เขตเซตากายะ โตเกียว
URL สวนสาธารณะฮาเนกิ เทศกาลชมดอกบ๊วยเซตากายะ (JPN)

ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน

ที่อยู่ 3-6-1 คาเมอิโดะ เขตโคโต โตเกียว
URL ศาลเจ้าคะเมอิโดะ เท็นจิน (JPN)

กรุณาตรวจเช็กข้อมูลเวลาทำการ, วันหยุด, ราคาล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ทางการของสถานที่

ทำความรู้จัก