ประวัติการเข้าชมของฉัน

คู่มือโตเกียวของฉัน

เมื่อพบหน้าเพจที่สนใจ กรุณาคลิกที่เครื่องหมายหัวใจเพื่อบันทึกไว้เป็น "ประวัติการเข้าชมของฉัน" กัน

เนื้อหาหลักเริ่มที่นี่

Updated: September 30, 2020

ในอดีตโตเกียวมีชื่อเรียกว่าเอโดะ โชกุนรุ่นก่อนๆ ในยุครัฐบาลโชกุนโทกูกาวะซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 1603 ได้สร้างปราสาทไว้ที่เอโดะซึ่งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็ก และได้พลิกโฉมกลายเป็นเมืองใหญ่ระดับโลกในเวลาต่อมา ในที่นี้จะขอแนะนำทัวร์ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เดินทางมาพักผ่อนระยะสั้น ซึ่งจะได้ไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งสามารถสัมผัสประสบการณ์และตามรอยประวัติศาสตร์อันหลากหลายของโตเกียว

ไฮไลท์

  • ลิ้มลองวัฒนธรรมอาหารของเอโดะที่ประตูทิศตะวันตกของสถานี JR เรียวโกกุ
  • รู้จักเอโดะจากการจัดแสดงแบบให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมที่พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว
  • หากเวลาตรงกันก็สามารถชมการแข่งขันซูโม่ได้ที่สนามกีฬาซูโม่แห่งชาติ
  • อย่าลืมเช็คกำหนดการแสดงของโรงละครคาบูกิด้วย

สัญลักษณ์แผนที่

  • เดิน
  • แท็กซี่
  • รถบัส
  • รถไฟ
  • เรือบัส

1

สัมผัสช่วงเวลาในอดีตอันสงบสุขของเอโดะ

สถานีรถไฟเรียวโกกุ

พื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟเรียวโกกุยังคงหลงเหลือบรรยากาศเอโดะที่มีมาตั้งแต่อดีต จึงสามารถรู้สึกได้ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีทั้ง ”สนามกีฬาซูโม่แห่งชาติเรียวโกกุ” อันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของซูโม่ เหมาะสมที่จะเป็นจุดออกเดินทางของทัวร์นี้เป็นอย่างยิ่ง ที่เรียวโกกุแห่งนี้มีทั้งสถานีรถไฟ JR สายโทบุและสถานีรถไฟโทเอสายโอเอโดะ จึงอาจทำให้เข้าใจยากสักเล็กน้อย แต่ในครั้งนี้เป็นการออกเดินทางจากสถานีรถไฟ JR นอกจากนี้ สิ่งจัดแสดงเกี่ยวกับซูโม่ซึ่งประดับอยู่ด้านหน้าตรงทางเดินของประตูทิศตะวันตกนั้น คือ “เรียวโกกุ เอโดะ โนเรน” ในคอนเซปต์ “เพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมอาหารอันมีสไตล์ของเอโดะ”

徒歩5นาที

2

เดินทางย้อนเวลาไปหาโตเกียวยุคโบราณ

พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว กรุงโตเกียว

สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับโตเกียวสมัยก่อนได้ที่ “พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว กรุงโตเกียว” มีการแสดงข้อมูลประวัติศาสตร์ช่วงเริ่มต้นยุคสมัยเอโดะ ประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยเมจิไปจนถึงช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 วัฒนธรรมดั้งเดิมรวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในสมัยนั้น การจัดแสดงพิเศษในหัวข้อต่างๆ ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง แต่แค่การจัดแสดงแบบปกติก็มีไฮไลท์ให้ชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโมเดลสถานที่แหล่งชุมชนย่านสะพานนิฮงบาชิสมัยก่อนแบบย่อส่วน อาคารบ้านเรือนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ซึ่งได้จำลองสภาพภายในของสถานที่เหล่านั้นไว้ให้ชม นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นไปนั่งบนเสลี่ยงจำลองที่ขุนนางไดเมียวสมัยเอโดะเคยใช้งานได้อีกด้วย

徒歩3นาที

3

สนามต่อสู้ของนักซูโม่

สนามกีฬาซูโม่แห่งชาติเรียวโกกุ

อาคารหลังคาสีเขียวและสีทองที่อยู่ถัดจาก “พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว” คือ “สนามกีฬาซูโม่แห่งชาติเรียวโกกุ” ที่เรียวโกกุแห่งนี้เป็นศูนย์รวมของซูโม่ซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่นมาแต่โบราณ สนามกีฬาซูโม่แห่งชาติซึ่งเคยจัดงานแข่งขันซูโม่ครั้งประวัติศาสตร์มามากมายหลายครั้ง สามารถจุคนได้ถึง 11,000 คน โดยจากงานแข่งขันซูโม่ที่มี 6 ครั้งต่อปี จะจัดขึ้นที่นี่ 3 ครั้งด้วยกันในเดือนมกราคม, พฤษภาคม และกันยายน โดยในช่วงจัดงานแข่งขัน 15 วัน ภายนอกสนามกีฬาจะประดับประดาไปด้วยธงญี่ปุ่นโนโบริสีสันสดใส ถึงแม้ว่ากำหนดการเดินทางของคุณจะไม่ตรงกับช่วงเวลาจัดงานก็ยังสามารถเข้าชม ”พิพิธภัณฑ์ซูโม่” ที่ก่อตั้งขึ้นคู่กับสนามกีฬาซูโม่แห่งชาตินี้ได้ และไม่ควรพลาดเข้าชมร้านขายของที่ระลึกด้วย

Walking and Train and Walking 25นาที

4

ขนมญี่ปุ่นที่น่าลิ้มลองทั้งรูปลักษณ์และรสชาติ

ร้านสึรุยะโยชิโนบุ TOKYO MISE(COREDO มุโรมะจิ 3)

“ร้านสึรุยะโยชิโนบุ TOKYO MISE” เป็นร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1803 ที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ของร้านที่ “COREDO มุโรมะจิ 3” สามารถรับชมวิธีการทำขนมสดๆ อันประณีตโดยพ่อครัวผู้ชำนาญได้ เมนูของทางร้านก็มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวุ้น ขนมอบหรือขนมสดตามฤดูกาล เป็นต้น ลองรับประทานคู่กับชาเขียวมัทฉะแล้วจะติดใจ นอกจากนี้ยังมีขนมที่จัดไว้เป็นชุดอย่างสวยงามเพลินตา ก็เหมาะอย่างยิ่งที่จะซื้อไปเป็นของฝากให้เพื่อนหรือบุคคลที่ชื่นชอบ

Walking and Train and Walking 12นาที

5

สถานที่แสดงศิลปะแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงมากที่สุด

โรงละครคาบูกิ

จุดกำเนิดของละครคาบูกิอันเลื่องชื่อมากที่สุดในบรรดาศิลปะการแสดงแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นนั้น เกิดขึ้นในช่วงต้นสมัยเอโดะ นับตั้งแต่นั้นมาก็ได้มีการนำเอาวิถีชีวิตของผู้คนมาสร้างให้มีสีสันเป็นผลงานการแสดงจำนวนมาก หากต้องการลิ้มรสและซาบซึ้งในศิลปะของละครคาบูกิ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปที่ “โรงละครคาบูกิ” ที่กินซ่าให้ได้ และถึงแม้ว่าจะไม่มีตั๋วก็สามารถเพลิดเพลินได้ เพราะที่ “แกลเลอรีศิลปะละครคาบูกิซ่า” มีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้เล็กๆ ที่ใช้ในการแสดงหรือเสื้อผ้าที่เคยใช้จริงในการแสดงให้ได้ชม นอกจากนี้ ภายในลานโกบิกิโจชั้นใต้ดินยังมีร้านขายของที่ระลึก, มีสวนที่ดาดฟ้าชั้น 5 และแนะนำให้ลองเข้าไปชมศาลเจ้าคาบูกิอินาริที่อยู่ใกล้กันด้วย